ลู่วิ่งไฟฟ้า JOHNSON Treadmill รุ่น Johnson 8.1T

Johnson-81Tการวิ่งถือว่าเป็นการออกกำลังกายที่ค่อนข้างสะดวก เนื่องจากคุณสามารถ วิ่งตามที่ต่างๆได้อย่างง่ายดายเช่น สวนสาธารณะหรือ ตามฟิตเนสต่างๆ แต่หากคุณเป็นพนักงานออฟฟิศไม่ค่อยมีเวลา ลูวิ่งไฟฟ้าจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง การออกกำลังกายด้วยลู่วิ่งไฟฟ้านั้นสามารถทำให้คุณบริหารร่างกายได้ทุกสัดส่วน อีกทั้งการวิ่งบนลู่วิ่งไฟฟ้ายังช่วยให้หัวใจของคุณสูบเลือดไปเลี้ยงตามส่วนต่างๆของร่างกายได้ง่ายขึ้นจึงเป็นผลให้อวัยวะต่างๆในร่างกายของคุณแข็งแรง วันนี้ผมจึงมีลู่วิ่งไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุด JOHNSON Treadmill รุ่น Johnson 8.1T มาแนะนำเพื่อนๆ

ลู่วิ่งไฟฟ้า JOHNSON Treadmill รุ่น Johnson 8.1T ขนาด ​​​​185 x 100 x 150 cm เป็นลู่วิ่งไฟฟ้าที่มีการออกแบบที่โดดเด่นพร้อมมีฟังชั่นในการออกกำลังกาย ให้เลือกใช้งานหลากหลาย ด้วยระบบเทคโนโลยีกันกระแทกที่ทันสมัย Adjustable & Variable Response Cushioning จึงสามารถช่วยลดแรงกระแทกและอาการบาดเจ็บที่เกิดจากการวิ่งได้อย่างดีและมีประสิทธิภาพ

นอกจากนั้นลู่วิ่งไฟฟ้า JOHNSON Treadmill รุ่น Johnson 8.1T รุ่นนี้ยังมีระบบ Entertainment เต็มรูปแบบ ลำโพงเซอร์ราวด์ซาวด์ ที่สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ที่ให้ความบันเทิงของคุณเช่น iphone, ipod นอกจากนั้นคุณยังสามารถเพลิดเพลินไปกับระบบเทคโนโลยีที่เรียกว่า Passport Ready ที่เชื่อมต่อไปยังจอทีวีของคุณเพื่อจำลองสถานที่วิ่งต่างๆรอบโลกมาไว้ที่บ้านคุณ ทำให้คุณรู้สึกว่าได้ไปวิ่งอยู่ที่สถานที่แห่งนั้นจริงๆ เห็นไหมครับ แค่นี้การวิ่งบนลู่วิ่งไฟฟ้าของคุณนั้นก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าเบื่ออีกต่อไป

ลู่วิ่งไฟฟ้า JOHNSON Treadmill รุ่น Johnson 8.1T มีความหนาของสายพาน 1.8 mm ที่ทนทานและ แข็งแรง สามารถรองรับน้ำหนักผู้วิ่งได้สูงถึง 148 กิโล นอกจากนั้นคุณยังสามารถปรับระดับความเร็วของสายพานให้เร็วหรือช้าเพื่อให้เหมาะสมกับรูปแบบการวิ่งของคุณ

โปรแกรมในการออกกำลังกายที่มาพร้อมเครื่องสามารถเลือกได้ถึง 14 โปรแกรม เพื่อให้เหมาะตามความต้องการของคุณ ยกตัวอย่างเช่น บางคนอาจจะอยากวิ่งเพื่อละลายไขมัน หรือบางคนอยากวิ่งแค่เพื่อต้องการให้กล้ามเนื้อกระชับ

ราคาของ ลู่วิ่งไฟฟ้า Johnson 8.1T อยู่ที่ 69,900 บาท ซึ่งถือว่าค่อนข้างสูง แต่ผมบอกได้เลยครับว่าคุ้มค่ากับการลงทุนเลยทีเดียว ถ้าคุณซื้อวันนี้ที่ tv direct คุณสามารถซื้อได้ในราคา 52,900 บาท และยังได้ของแถมมูลค่า 2500 บาท ซึ่งเป็น Johnson Treadmill Mat คุ้มครับกับการลงทุนซื้อเครื่องวิ่งไฟฟ้าแบบดีๆสักตัวมาไว้ที่บ้าน

วิ่งแบบโปรโชว์บนลู่วิ่งไฟฟ้า

ลู่วิ่งไฟฟ้า

ใครๆ ก็วิ่งแบบโปรโชว์บนลู่วิ่งไฟฟ้าได้ทั้งนั้น ถ้ารู้จักวิธีการวิ่ง และทวงท่าที่ถูกต้อง วิ่งให้เต็มที่ วิ่งให้ผอมเพรียวกันไปข้าง โดยเริ่มต้นจากการวิ่งแบบเบาๆ และตั้งเป้าหมายการวิ่ง เพิ่มระยะขึ้นเรื่อยๆ จะสามารถช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการออกกำลังกาย มุ่งสู่เป้าหมายได้! แถมแค่วิ่งบนลู่วิ่งไฟฟ้า คุณก็สามารถกลายเป็นนักวิ่งมือโปรได้ด้วย

การวางเท้า

เริ่มด้วยการวางเท้าบนลู่ด้วยส้นเท้า จากนั้นค่อยแตะลู่วิ่งด้วยฝ่าเท้าและปลายเท้า เพราะหากคุณใช้ปลายเท้าลงก่อน อาจจะทำให้น่องโตได้ค่ะ สาวๆควรระวัง จากนั้นถีบตัววิ่งไปข้างหน้า ตามจังหวะของระดับความเร็วที่เราตั้งค่าเอาไว้

การวางแขนและตั้งลำตัว

แขนควรแกว่งไปตามจังหวะและเป็นธรรมชาติไม่ต้องเกรงแขน และขณะวิ่งลำตัวควรตั้งตรง ไม่งอหรือโค้งตัวไปข้างหน้าและข้างๆ เพราะอาจทำให้เสียจังหวะ เสียการทรงตัว และอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุลื่นล้มขณะวิ่ง

ความเร็วของการวิ่ง

การปรับระดับความเร็วของลู่วิ่งไฟฟ้านั้น เราควรที่จะปรับตามความเหมาะสมของสภาพร่างกายของเรา เริ่มจากการเดินแบบช้าๆ เพื่อวอร์มอัพร่างกายกันก่อน จากนั้นค่อยๆเพิ่มระดับความเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงจุดหนึ่งที่เราคิดว่ากำลังดี หายใจได้เป็นจังหวะสม่ำเสมอ แต่ถ้าเรารู้สึกว่าหายใจไม่ทัน ใจสั่น และมีอาการเจ็บหน้าอก ให้ค่อยๆ ลดระดับความเร็วลง จนกว่าจะถึงจุดที่สามารถวิ่งได้อย่างสบาย หากอาการยังไม่หายจริงๆ ควรหยุดวิ่งทันที

ความถี่และระยะเวลา

สำหรับคนที่อยากจะใช้ลู่วิ่งไฟฟ้าในการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ควรวิ่งอย่างต่ำอาทิตย์ละ 3 วัน วันละไม่น้อยกว่า 30 นาที การวิ่งนั้นเราไม่จำเป็นที่จะต้องวิ่งให้เร็วมาก ให้เน้นการวิ่งแบบสบายๆ วิ่งไปได้เรื่อยๆ และสามารถวิ่งได้นาน จะช่วยให้ร่างกายของเราเผาผลาญพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นและร่างกายแข็งแรงมากกว่าการวิ่งเร็วและวิ่งแป๊ปเดียว

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังมองหาลู่วิ่งไฟฟ้าที่มีคุณภาพดีๆไว้สักตัวที่บ้าน ขอแนะนำ ลู่วิ่งไฟฟ้า Fairtex รุ่น Power Run Treadmill ซึ่งเป็นลู่วิ่งที่ขายดีที่สุด ณ ตอนนี้ที่ TV direct  เนื่องด้วย Fairtex Power Run Treadmill เป็นลู่วิ่งไฟฟ้าที่มีราคาไม่สูงมากนะเมื่อเปรียบเทียบกับ ลู่วิ่งไฟฟ้า Johnson 8.1T อีกครั้งฟังก์ชันต่างๆยังมีครบเหมือน ลู่วิ่งไฟฟ้ารุ่นใหญ่เลยทีเดียว ด้วยราคาที่ลด59% เหลือเพียง 29,900 บาท พร้อมได้จักรยานออกกำลังกายเป็นของแถม จึงเป็นสาเหตุให้ลู่วิ่งไฟฟ้า Fairtex Power Run Treadmill เป็นที่นิยมอย่างมาก

ข้อคิดก่อนตัดสินใจในการทำศัลยกรรมเกาหลี

ศัลยกรรมเสริมความงามแบบเกาหลีมีอำนาจที่จะเปลี่ยนชีวิตของคุณ ในขณะที่ทำให้มันควรจะต้องระมัดระวังด้วยเช่นกัน ในบทความนี้คุณจะได้เรียนรู้ข้อมูลที่จำเป็นบางอย่างเกี่ยวกับการทำศัลยกรรมแบบเกาหลี

ศัลยกรรมเกาหลี

  • อย่าทำศัลยกรรมพลาสติกเพราะคุณรู้สึกว่ามันจะทำให้คนอื่นมาสนใจคุณ เพราะสิ่งนั้นมันไม่ใช่ตัวตนของคุณอย่างแท้จริง
  • ควรสอบถามหมอศัลยกรรมให้ชัดเจนว่า การทำศัลยกรรมเกาหลีนั้น จะมีผลข้างเคียงต่อคุณมากน้อยแค่ไหนเช่น สอบถามเกี่ยวกับความเจ็บปวด ควรต้องกินยาแก้ปวดมั้ย เพื่อที่คุณจะได้เตรียมตัวก่อนการทำศัลยกรรมให้พร้อม
  • คุณควรตระหนักอยู่เสมอว่าการทำศัลยกรรม เกาหลี คือการเปลี่ยนแปลงต่อร่างกายของคุณแบบถาวร แถมราคายังค่อนข้างที่จะสูงอีกด้วย เพราะฉะนั้นไม่ได้หมายความว่า การทำศัลยกรรมแบบเกาหลี เป็นตัวเลือกที่ดีเสมอไปแต่กลับควรจะได้รับการพิจารณาอย่างรอบคอบ
  • ตรวจสอบให้แน่ใจศัลยแพทย์พลาสติกของคุณได้รับใบอนุญาตจากองค์กร หรือหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ การได้รับการรับรองเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้แน่ใจว่า หมอศัลยกรรมคนนั้นรับการฝึกอบรมพิเศษในการทำศัลยกรรมพลาสติกแบบเกาหลี อาจทดลองตรวจสอบประวัติของแพทย์ท่านนั้นว่าเคยมีประวัติการเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้ที่ได้รับการทำศัลยกรรมเกาหลี ในอดีตหรือไม่ หากคุณพบว่าคลินิกศัลยกรรมเกาหลีไม่ได้มีหนึ่งในคุณสมบัติเหล่านี้ คุณควรที่จะหันกลับมาทบทวนการตัดสินใจของคุณอีกครั้ง
  • ควรถามตัวเองว่าคุณเป็นคนที่สามารถรับความเจ็บปวด ความทุกข์ทรมาน ได้มากน้อยแค่ไหน ครอบครัวคุณพร้อมที่จะช่วยดูแลคุณหลังการทำศัลยกรรมมั้ย


จากข้อคิดที่กล่าวมาข้างต้น จงอย่าปล่อยให้ความหวาดกลัวในการทำศัลยกรรมความงามแบบเกาหลีมาขัดขวางความมุ่งมั่นของคุณ ถึงแม้ว่ามีบ่อยครั้งที่อาจเกิดการผิดพลาดขึ้นจาก การทำ ศัลยกรรมเกาหลี แต่ในทางกลับกัน การทำศัลยกรรมยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในไทย จงใช้ประโยชน์จากสิ่งที่คุณได้เรียนรู้ในบทความนี้ ก่อนการตัดสินใจทำศัลยกรรมเสริมความงาม ฝันร้ายนั้นก็จะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน

ข้อเสื่อม ปวดเข่า ปวดข้อ น้ำมันงาดำช่วยได้

น้ำมันงาดำงาดำนั้นจัดเป็นอาหารเพื่อสุขภาพโดยแท้ สรรพคุณที่เป็นที่รู้จักก็มีหลากหลายมากมาย แต่หนึ่งในสรรพคุณที่ถูกกล่าวมากเป็นอันดับต้นก็คือการช่วยลดและรักษาอาการข้อเสื่อม ปวดเข่า ปวดข้อต่างๆของร่างกาย ซึ่งเป็นโรคยอดนิยมที่ไม่มีใครพึงประสงค์อย่างแน่นอน

โรคข้อเสื่อมนั้นมักเกิดจากการที่ข้อกระดูกส่วนต่างๆของร่างกายรับน้ำหนักมากเกินไป ซึ่งสามารถเกิดจากกิจกรรมที่ต่างกันไปในชีวิตประจำวันของแต่ละบุคคล เช่นอาจจะเกิดจากการทำงานนั่งงอเข่านานๆ หรือเกิดจากการออกกำลังกาย ซึ่งอาการนี้ก็มักจะเกิดกับบริเวณหัวเข่า ข้อเท้า นิ้วเท้า นิ้วมือ สะโพก ภายหลังจากการที่ข้อต่างๆรับน้ำหนักที่มากเกินเป็นระยะเวลาต่อเนื่องกัน ก็จะเกิดการอักเสบจนกลายเป็นความเจ็บปวดในระยะเวลาต่อมา

ปัจจุบันนี้ มีผลการศึกษาวิจัยต่างๆทั่วโลกค้นพบว่า น้ำมันงาดำ นั้นจัดเป็นหนึ่งในอาหารเสริมที่มีฤทธิ์เป็นสารต้านโรคกระดูกอักเสบ (Anti osteo arthritis) และกระดูกเสื่อม (Anti osteoporosis) และน้ำมันงาดำนั้นจัดเป็นน้ำมันชนิดดีที่จะถูกนำไปสร้างคอเลสเตอรอลชนิดดี ที่ร่างกายเราจะนำไปใช้เพื่อสร้างกระดูกอ่อนและน้ำหล่อเลี้ยงระหว่างข้อต่อใหม่ให้แก่บริเวณข้อต่างๆของร่างกาย และสรรพคุณในการลดอักเสบของ น้ำมันงาดำ นั้นก็จะช่วยลดอาการปวดได้อีกด้วย – อ่านบทความน้ำมันงาดำเพิ่มได้ที่ น้ำมันงาดำ.net

รู้หรือไม่ การดื่มน้ำอัดลมหวานๆเป็นประจำก่อให้เกิดโรคเบาหวานได้

โรคเบาหวานมีสถิติในการดื่มน้ำอัดลมในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเปิดเผยว่ามียอดผู้บริโภคน้ำอัดลมเพิ่มขึ้นอย่างมากและในทางเดียวกันนั้น อัตราคนอ้วนและผู้ที่เป็นโรคเบาหวานนั้นก็เพิ่มจำนวนขึ้นตามไปด้วย จากการศึกษาวิจัยนี้ยังค้นพบด้วยว่า การดื่มน้ำอัดลมนั้นก่อให้เกิดโรคอ้วนในเด็ก  และนำพาไปสู่โรคเบาหวานด้วย เนื่องจากในน้ำอัดลมนั้นมีปริมาณของน้ำตาลเป็นส่วนผสมหลักอยู่สูง ผู้ที่ดื่มน้ำอัดลมและน้ำหวานประเภทนี้มากจะมีน้ำหนักตัวเพิ่มมากขึ้นกว่าคนที่ดื่มน้อยกว่าจากผลการศึกษา เพราะว่าร่างกายได้รับพลังงานจากน้ำตาลมากเกินความจำเป็นนั่นเอง

แต่ผลการศึกษาได้ค้นพบด้วยว่า การดื่มน้ำผลไม้ เช่น น้ำส้ม น้ำแอ๊ปเปิ้ล น้ำองุ่น ฯลฯ เป็นประจำ ไม่มีผลต่อการเกิดเบาหวาน เนื่องจากว่ามีน้ำตาลในปริมาณที่น้อยกว่าและในน้ำผลไม้นั้นจะมีสารอาหารอื่นๆที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายอีกด้วย ในขณะที่น้ำอัดลมนั้นมีส่วนประกอบหลักซึ่งเป็นน้ำตาลสูงทำให้มี glycemic index สูง จึงก่อให้เกิดโรคเบาหวานได้หากได้ดื่มเป็นประจำต่อเนื่อง

โรคเบาหวานนั้น แท้จริงแล้วสามารถรักษาได้หากไม่ได้เป็นโดยกรรมพันธุ์ โดยการหลีกเลี่ยงที่จะรับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลมากๆเป็นส่วนประกอบ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการกินและการดำเนินชีวิตประจำวัน ดูแลตัวเองด้วยการรับประทานอาหารเสริมที่มีโครเมียม โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส เป็นประจำเพื่อเป็นตัวช่วยให้ตับอ่อนเราทำงานได้ดี ซึ่งจะช่วยควบคุมปริมาณการย่อยและการเปลี่ยนแปลงระดับน้ำตาลในเลือดให้เป็นปกติ